เอกสารกำกับการขนส่ง
 
เอกสารกำกับการขนส่งใช้แสดงข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการโต้ตอบในภาวะฉุกเฉินเมื่อเกิดอุบัติภัยอันเนื่องมาจากวัตถุอันตราย ประกอบด้วยข้อมูลในการจำแนกประเภทวัตถุอันตรายที่เกี่ยวข้อง ข้อมูล
ดังกล่าวจะใช้ในการปฏิบัติการป้องกันเบื้องต้นเพื่อความปลอดภัยต่อตนเองและสาธารณชน เอกสารกำกับการขนส่งนี้จะประกอบด้วย ชื่อที่ใช้ในการขนส่ง (โปรดดูแถบสีฟ้า) ระดับอันตรายหรือประเภทของวัตถุอันตราย หมายเลขรหัส (โปรดดูแถบสีเหลือง) ชนิดการบรรจุหีบห่อ นอกจากนี้ จะต้องมีข้อมูลเกี่ยวกับอันตรายของวัตถุและข้อมูลซึ่งสามารถใช้ในการลดผลกระทบของอุบัติภัย โดยต้องระบุในเอกสารกำกับการขนส่งด้วย เอกสารกำกับการขนส่งนี้จะต้องมีคู่มือเพื่อใช้สำหรับการอ้างอิงประกอบการขนส่งวัตถุอันตรายทุกชนิด ทั้งนี้ต้องเตรียมไว้ที่
  • ในรถบรรทุก/พาหนะขนส่ง
  • ผู้ควบคุมรถไฟ หรือพนักงานที่ได้รับมอบหมาย
  • ผู้ควบคุมเรือ หรือพนักงานที่ได้รับมอบหมาย
  • ผู้ควบคุมเครื่องบิน

ตัวอย่างของป้ายแสดงสัญลักษณ์ของวัตถุอันตราย (Placards)
UN Number ที่เป็นเลขรหัส 4 หลัก อาจแสดงบนรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดหรือติดบนแถบสีส้ม ซึ่งจะแสดงไว้ที่ด้านท้าย และด้านข้างของถังบรรจุ ตัวถังรถ หรือที่รถไฟ ซึ่งใช้ในการขนส่งวัตถุอันตราย


วิธีการใช้คู่มือในการระงับอุบัติภัยจากวัตถุอันตราย

  1. จำแนกประเภทวัตถุ โดยสังเกตได้จากวิธีใดวิธีหนึ่งต่อไปนี้
  • เลขรหัส 4 หลัก (ID No.) บนป้ายรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด หรือบนแถบสีส้ม หรือ
  • เลขรหัส 4 หลัก (หลังตัวอักษร UN/NA) บนเอกสารกำกับการขนส่ง หรือที่ภาชนะบรรจุ หรือ
  • ชื่อของวัตถุอันตรายที่ปรากฏบนเอกสารกำกับการขนส่ง ป้ายรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด หรือภาชนะบรรจุ
    หากไม่พบ ID No. หรือ ชื่อวัตถุอันตราย ให้ข้ามไปดู หมายเหตุ ด้านล่าง
  1. ค้นหาหมวด (Guide No.) ซึ่งเป็นตัวเลข 3 หลักได้จาก
  • ทราบ ID No. ให้เปิดไปที่แถบสีเหลือง
  • ทราบชื่อสารเคมี ให้เปิดไปที่แถบสีฟ้า
    กรณีที่ตัวเลขใน Guide No. มีอักษร “P” หมายความว่า วัตถุอาจเกิดปฏิกิริยาโพลีเมอไรเซชั่น อย่างรุนแรง หากได้รับความร้อนหรือปนเปื้อน เช่น Acrolein, inhibited, Guide 131P
    กรณีที่รายการวัตถุที่แรเงาทั้งสีเหลืองและสีฟ้า หมายความว่า วัตถุที่เป็นอันตรายหากหายใจเข้าไป (TIH, Toxic Inhalation Hazard) หรือวัตถุที่เป็นอันตรายเมื่อทำปฏิกิริยากับน้ำ (ให้ก๊าซพิษเมื่อสัมผัสน้ำ) ให้ดูตารางกำหนดเขตอันตรายและเขตควบคุมป้องกัน (แถบสีเขียว) และหากจำเป็นให้ดำเนินการควบคุมอันตรายทันที หรือถ้าเหตุการณ์ไม่รุนแรงมากให้ทำตามวิธีการใน Guide No
ตัวอย่าง ID No. Guide No. Name of Material
  1005 125 Ammonia, anhydrous
       
ตัวอย่าง Name of Material Guide No. ID No.
  Ammonia, anhydrous 125 1005

ให้ใช้คู่มือ Guide No. 112 สำหรับวัตถุระเบิดทุกชนิด ยกเว้น วัตถุระเบิดหมวด 1.4 ให้ใช้ Guide No. 114 แทน

  1. ดูคำแนะนำ ตาม Guide No. (แถบสีส้ม) และอ่านโดยละเอียด
หมายเหตุ ในกรณีที่ไม่อาจค้นหา Guide No. ตามวิธีการดังกล่าวข้างต้น และหากพบแผ่นป้ายวัตถุอันตราย (Placards) ให้เปรียบเทียบป้ายที่พบกับตัวอย่างแผ่นป้ายวัตถุอันตราย แล้วเปิดคู่มือไปที่ Guide No. 3 หลักในป้ายตัวอย่าง

หากไม่พบข้อมูลใดๆ และเชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับวัตถุอันตราย ให้เปิดคู่มือไปที่ Guide No. 111 (ขนส่งสินค้าหลายชนิด / ไม่ระบุสินค้า, Mixed Load / Unidentified Cargo) ทันทีและปฏิบัติตามคำแนะนำดังกล่าว จนกว่าจะได้ข้อมูลเพิ่มเติม ถ้าเอกสารกำกับการขนส่งมีเบอร์โทรติดต่อ เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินให้โทรติดต่อเบอร์นั้น ถ้าไม่มีเอกสารกำกับการขนส่งให้โทรประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีรายละเอียดตามปกหลังด้านในของหนังสือเล่มนี้ ให้พยายามหาข้อมูลให้มากที่สุด เช่น ชื่อบริษัทขนส่ง หรือทะเบียนรถ หากไม่สามารถหาข้อมูลใดๆได้ ให้ดูลักษณะตัวถังหรือรถไฟ แล้วเปรียบเทียบกับแผ่นภาพแสดงลักษณะของรถหรือรถไฟ แต่ให้จำไว้ว่าวิธีนี้เป็นวิธีสุดท้ายที่ควรทำ


วัตถุประสงค์ของคู่มือการระงับภัยจากวัตถุอันตราย

คู่มือการระงับอุบัติภัยจากวัตถุอันตรายเล่มนี้ แปลจาก 2000 Emergency Response Guidebook (ERG 2000) ซึ่งจัดทำโดย Transport Canada (TC), The U.S. Department of Transportation (DOT) และ The Secretariat of Transport and Communications of Mexico (SCT) สำหรับพนักงานดับเพลิง ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ระงับเหตุฉุกเฉินอื่นๆ หนังสือเล่มนี้สามารถใช้เป็นคู่มือเบื้องต้นในการตอบโต้เหตุฉุกเฉิน เพื่อให้หน่วยเผชิญเหตุสามารถจำแนกชนิดและความเป็นอันตรายของสารที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์ และสามารถปกป้องตนเองและสาธารณชนในช่วงแรกของการเกิดเหตุฉุกเฉิน (Initial Response Phase) ได้อย่างรวดเร็ว กล่าวคือ เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถยืนยันชนิดของสารอันตรายที่มี ณ ที่เกิดเหตุ เริ่มต้นการควบคุมป้องกัน และร้องขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านการระงับภัยจากสารเคมี อย่างไรก็ตาม หนังสือเล่มนี้ไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับคุณสมบัติของวัตถุอันตรายทางด้านกายภาพและเคมี

คู่มือนี้จะช่วยให้หน่วยเผชิญเหตุตัดสินใจเบื้องต้นเมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ คู่มือนี้ไม่ถือว่าเป็นการฝึกอบรม องค์ความรู้ และการพิจารณาตัดสินใจใดๆ ทุกสถานการณ์ เนื่องจากไม่ได้กล่าวถึงสถานการณ์
ทุกอย่างที่อาจเกิดกับอุบัติภัยจากสารเคมี มีจุดประสงค์เพื่อใช้กับอุบัติเหตุทางถนน หรือทางรถไฟ
อย่างไรก็ตามในบางสถานการณ์อาจดัดแปลงใช้กับในโรงงาน หรือโกดังสินค้าได้

คู่มือนี้ครอบคลุมบัญชีรายชื่อของวัตถุอันตรายตามข้อแนะนำของสหประชาชาติ (UN. Recommendation) และกฎระเบียบของประเทศต่างๆ สำหรับวัตถุอันตรายประเภทวัตถุระเบิดไม่ได้จำแนกตามชื่อของสารตามการขนส่งและ ID No. แต่จะปรากฏอยู่ในหัวข้อ “Explosives” ในหน้าแรกของ ดัชนี ID No. (แถบสีเหลือง) และจะอยู่ในลำดับตัวอักษร E ในดัชนีที่เรียงตามตัวอักษรของรายชื่อวัตถุอันตราย (แถบสีฟ้า) ตัวอักษร “P” ที่ต่อท้าย Guide No. ในหน้าสีเหลืองและสีฟ้า หมายถึง วัตถุที่อาจเกิดปฏิกิริยาที่ให้ความร้อนและความดัน (Polymerization Reaction) ภายใต้สภาวะบางอย่าง เช่น Acrolein, inhibited, Guide 131P

เจ้าหน้าที่ระงับเหตุฉุกเฉินเบื้องต้นควรหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสารที่สงสัยว่ามีอยู่ในเหตุการณ์โดยเร็วที่สุดเท่าที่สามารถทำได้ ข้อมูลที่ได้รับจากการประสานกับหน่วยงานระงับเหตุฉุกเฉินอื่นๆ หรือการโทรศัพท์ติดต่อและขอคำปรึกษากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ปรากฎบนเอกสารกำกับการขนส่ง อาจให้รายละเอียดมากกว่าหนังสือเล่มนี้ ถ้าดำเนินการระงับเหตุจริง ในสหรัฐอเมริกา ตามข้อบังคับของ U.S. Department of Labor’s Occupational Safety and Health Administration (OSHA, 29 CFR 1910.120) และตามกฎของ U.S.Environmental Protection Agency (EPA, 40 CFR Part 311) หน่วยเผชิญเหตุเบื้องต้น ต้องได้รับการฝึกการใช้คู่มือเล่มนี้ 


เนื้อหาของคู่มือ

  1. แถบสีเหลือง: ดัชนีของวัตถุอันตรายจะเรียงตาม ID No. ในหมวดนี้จะใช้ระบุวัตถุและรายละเอียดอื่นๆ จาก ID No. โดยรายชื่อจะแสดง ID Number 4 หลัก ตามด้วย Guide No. และรายชื่อวัตถุ (Name of Material)
ตัวอย่าง ID No. Guide No. Name of Material
  1090 127 Acetone
  1. แถบสีฟ้า: ดัชนีของวัตถุอันตรายจะเรียงตามตัวอักษร ในหมวดนี้จะใช้หารายละเอียดการจัดการวัตถุอันตรายได้จากรายชื่อของวัตถุอันตราย โดยดัชนีจะเรียงตามรายชื่อ (Name of Material) ตามด้วย Guide No. และ ID No.

ตัวอย่าง Name of Material Guide No. ID No.
   Sulfuric acid 137 1830
  1. แถบสีส้ม: เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของคู่มือ เนื่องจากมีรายละเอียดเกี่ยวกับคำแนะนำด้านความปลอดภัยต่างๆ ประกอบด้วย 72 หมวด แต่ละหมวดมี 2 หน้า โดยกล่าวถึงการดำเนินการด้านความปลอดภัยและการดำเนินการเมื่อเกิดภาวะฉุกเฉินซึ่งจะใช้เป็นข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่ให้สามารถปกป้องตนเองและสาธารณชนได้ หน้าซ้ายเป็นข้อมูลเกี่ยวกับความปลอดภัย หน้าขวาเป็นคู่มือการดำเนินการเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินและกรณีต่างๆ เช่น เมื่อเกิดอัคคีภัย การหกรั่วไหลและการปฐมพยาบาล สารในแต่ละหมวดจะมีคุณสมบัติทางเคมีและความเป็นพิษที่คล้ายคลึงกัน และหัวข้อในแต่ละหมวดจะแสดงอันตรายทั่วไปของสารตัวอย่าง : Guide No. 124 : ก๊าซ – เป็นพิษ และ/หรือกัดกร่อน-ออกซิไดซิ่ง ในแต่ละ Guide No. ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก
  • ส่วนที่ 1 กล่าวถึง อันตรายที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงอัคคีภัยและการระเบิดและผลกระทบต่อสุขภาพอนามัย อันตรายที่อาจเกิดขึ้นมากกว่าจะอยู่ในอันดับต้น เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการฉุกเฉินควรอ่านส่วนนี้ก่อน เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตัดสินใจดำเนินการจัดการกับวัตถุอันตรายและกับประชาชนได้
  • ส่วนที่ 2 กล่าวถึง ความปลอดภัยต่อสาธารณะ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการกั้นเขตอันตราย ชุดป้องกันอันตราย การอพยพในกรณีสารหกรั่วไหลปริมาณมาก ปริมาณน้อย หรือเกิดอัคคีภัย หากสารใดมีการแรเงาในหน้าแถบสีเหลือง และสีฟ้าให้ไปดูตารางของ Toxic Inhalation Hazard Material (TIH) และ Water-reactive Materials (แถบสีเขียว)
  • ส่วนที่ 3 กล่าวถึง การดำเนินการเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน และการปฐมพยาบาล ประกอบด้วยข้อมูลเกี่ยวกับการระวังภัยและการดำเนินการเมื่อเกิดอัคคีภัย การหกรั่วไหล หรือรับสัมผัสสารเคมี ในแต่ละส่วนจะมีคำแนะนำในการจัดการกับสารเคมี เพื่อการตัดสินใจในขั้นต่อไป ข้อมูลในหัวข้อการปฐมพยาบาลเป็นข้อมูลเบื้องต้นก่อนผู้ป่วยถึงมือแพทย์
  1. แถบสีเขียว: ส่วนนี้ประกอบด้วยตารางเรียงตาม ID number, TIH materials รวมทั้งวัตถุอันตรายที่ใช้เป็นอาวุธสงครามบางชนิด และวัตถุที่ทำปฏิกิริยากับน้ำแล้วให้ก๊าซพิษ ตารางประกอบด้วยระยะปลอดภัยที่แนะนำ (Recommended Safe Distances) 2 แบบ ได้แก่ “ระยะเขตอันตราย” (Initial Isolation Distances) และ ”เขตควบคุมป้องกัน” (Protective Action Distances) วัตถุอันตรายที่ปรากฏในตารางจะถูกแรเงา ทั้งที่จัดเรียงตามตัวเลข (แถบสีเหลือง) และที่เรียงตามตัวอักษร (แถบสีฟ้า) ตารางแสดงถึงระยะเขตอันตรายสำหรับการหกรั่วไหลปริมาณน้อย (200 ลิตรหรือน้อยกว่า) และการหกรั่วไหลปริมาณมาก (มากกว่า 200 ลิตร) ตารางถูกแบ่งย่อยตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในกลางวันและกลางคืน ขึ้นกับสภาพบรรยากาศที่แตกต่างกันทำให้ระยะอันตรายในเวลากลางวันและกลางคืนมีความต่างกัน เนื่องจากการรวมตัวและการแพร่กระจายของสารเคมีกับอากาศแตกต่างกัน ในตอนกลางคืน อากาศมีความแปรปรวนน้อยกว่าทำให้วัตถุอันตรายกระจายตัวน้อยกว่า ดังนั้นระยะเขตอันตรายจึงมากกว่า ในตอนกลางวัน วัตถุอันตรายจะถูกทำให้กระจายตัวโดยสภาพบรรยากาศที่แปรปรวนกว่า วัตถุอันตรายอาจแพร่กระจายในบริเวณกว้างกว่า อย่างไรก็ตามในบริเวณนั้นจะมีระดับความเป็นพิษต่ำ (ขึ้นกับความสามารถในการกระจายตัว) ดังนั้น ความอันตรายของวัตถุจึงขึ้นกับปริมาณของวัตถุ ณ ที่นั้น

ระยะเขตอันตราย (Initial Isolation Distance) คือ ระยะทางที่ต้องอพยพประชาชนในทุกทิศทางนับจากจุดที่รั่วไหล ระยะทางนี้มีรัศมีที่กำหนดเป็นวงกลม ซึ่งประชาชนที่อยู่เหนือลมอาจได้รับอันตรายจากสารนั้น และประชาชนที่อยู่ใต้ลมอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ยกตัวอย่าง เช่น Compressed gas, Toxic, n.o.s., ID No. 1955, Inhalation Hazard Zone A, รัศมีระยะเขตอันตรายสำหรับการหกรั่วไหลปริมาณน้อย คือ 430 เมตร ดังนั้น เส้นผ่านศูนย์กลางที่ต้องอพยพประชาชนคือ 860 เมตร

สำหรับสารเดียวกันเขตควบคุมป้องกัน “Protective Action Distance” คือ 4.2 กิโลเมตร หากเหตุการณ์เกิดขึ้นในเวลากลางวัน และ 8.4 กิโลเมตร หากเหตุการณ์เกิดขึ้นในเวลากลางคืน ระยะทางนี้เป็นระยะใต้ลมนับจากจุดที่สารหกหรือรั่วไหล ระยะทางนี้มีจุดประสงค์เพื่อปกป้องเจ้าหน้าที่ระงับเหตุฉุกเฉินและสาธารณชนประชาชนในบริเวณนี้ควรอพยพ และ/หรืออยู่ในที่กำบัง สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมให้อ่านในหัวข้อ วิธีใช้ตารางกำหนดระยะเขตอันตรายและเขตควบคุมป้องกัน


TIH คืออะไร

คือ ของเหลวหรือก๊าซที่ทราบว่าเป็นพิษต่อสุขภาพของประชาชนในขณะขนส่ง หรือถึงแม้ว่าจะไม่มีข้อมูลความเป็นพิษต่อมนุษย์ แต่เชื่อว่าเป็นพิษ เนื่องจากเมื่อทดลองกับสัตว์มีค่า LC50 น้อยกว่า 5000 ppm.

อย่างไรก็ตามให้ระลึกไว้ว่าเขตอันตรายที่กำหนดไว้ในหนังสือเล่มนี้ไม่ได้เป็นเขตอันตรายอย่างแท้จริง การกำหนดเขตอันตรายขึ้นกับค่า Lethal Concentration 50 (LC50) เช่น TIH Zone A มีความเป็นพิษมากกว่า Zone D เขตอันตรายทั้งหมดที่กำหนดในแถบหน้าสีเขียวถูกกำหนดโดยการคำนวณ โดยใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์สำหรับสารแต่ละชนิด

การกำหนดเขตอันตราย
Hazard Zone A : LC50 <= 200 ppm.
Hazard Zone B : LC50 > 200 ppm. และ <= 1000 ppm.
Hazard Zone C : LC50 > 1000 ppm. และ <= 3000 ppm.
Hazard Zone D : LC50 > 3000 ppm. และ <= 5000 ppm.


ระยะกั้นเขตอันตรายและอพยพ

ระยะกั้นเขตอันตรายและอพยพจะแสดงในแถบสีส้ม และในตารางกำหนดเขตอันตรายและเขตควบคุมป้องกัน (แถบสีเขียว) ซึ่งอาจทำให้ผู้ที่ไม่ชำนาญการใช้คู่มือนี้สับสนได้

ในคู่มือนี้จะมี 40 Guide ที่เป็น non-TIH materials และวัตถุบางชนิดมีทั้ง TIH และ non – TIH materials (22 Guide) สำหรับ Guide ที่มีทั้ง TIH และ non – TIH materials จะปรากฏข้อความใน
หัวข้อ การอพยพ-กรณีหกรั่วไหล คือ สำหรับวัตถุที่แรเงาให้ดูในตารางกำหนดเขตอันตรายและเขตควบคุมป้องกัน และสำหรับวัตถุที่ไม่แรเงาให้เพิ่มระยะกั้นเขตอันตรายในทิศใต้ลม (หากจำเป็น) ซึ่งระยะกั้นเขตอันตรายแสดงในหัวข้อความปลอดภัยต่อสาธารณะ

หากเป็นสารพวก TIH material (แรเงาในแถบสีเหลืองและสีฟ้า) ระยะกั้นเขตอันตรายและระยะอพยพจะหาได้จากแถบสีเขียวโดยตรง Guide No. ต่างๆ (แถบสีส้ม) เพียงแต่บอกให้ผู้ใช้ไปเปิดดูในแถบสีเขียวสำหรับข้อมูลการอพยพสำหรับวัตถุที่แรเงา

หากเป็นวัตถุพวก non-TIH material แต่ในหมวดอ้างถึงทั้งพวก TIH และ non-TIH ระยะกั้นเขตอันตรายจะดูได้จากหัวข้อความปลอดภัยต่อสาธารณะ ซึ่งก็คือ วัตถุ non-TIH นั่นเอง นอกจากนั้นสำหรับจุดประสงค์เพื่อการอพยพ คู่มือจะบอกให้ผู้ใช้ดูในหัวข้อ การอพยพ-กรณีหกรั่วไหล คือ สำหรับวัตถุที่ไม่ได้แรเงาให้เพิ่มระยะกั้นเขตอันตรายในทิศใต้ลม (หากจำเป็น) ซึ่งระยะกั้นเขตอันตรายแสดงในหัวข้อความปลอดภัยต่อสาธารณะ ยกตัวอย่างเช่น หมวด 124 ก๊าซ - เป็นพิษ และ/หรือกัดกร่อน-ออกซิไดซิ่ง หากเกิดหกหรือรั่วไหลให้กั้นเขตอันตรายทันทีอย่างน้อย 100 - 200 เมตร (330 - 660 ฟุต) ในทุกทิศทาง หากหกรั่วไหลปริมาณมาก เขตอันตรายอาจมากกว่า 100 เมตร ขึ้นกับดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ระงับภัย

หากเป็นวัตถุพวก non-TIH material และในคู่มืออ้างถึงวัตถุพวก non- TIH เท่านั้น ระยะกั้นเขตอันตรายและระยะอพยพจะแสดงในแถบสีส้ม และไม่ต้องเปิดดูแถบสีเขียว


ข้อควรระวังในการระงับเหตุฉุกเฉิน

  • เข้าพื้นที่ด้วยความระมัดระวังจากด้านเหนือลม: ห้ามเข้าดำเนินการใดๆ ก่อนสถานการณ์จะได้รับการประเมิน
  • กั้นเขตอันตราย: กำหนดเขตนี้เพื่อให้มีความปลอดภัยต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม กันประชาชนให้ออกจากที่เกิดเหตุและเขตอันตราย รวมทั้งต้องมีพื้นที่เพียงพอให้การเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ต่างๆ ด้วย
  • ระบุความอันตราย: แผ่นป้ายสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด สัญลักษณ์บนภาชนะบรรจุ เอกสารกำกับการขนส่ง เอกสารข้อมูลความปลอดภัยเคมีภัณฑ์ ภาพแสดงการจำแนกรถพ่วง ขนส่งทางรถยนต์และรถไฟ และ/หรือผู้เชี่ยวชาญ เป็นแหล่งข้อมูลที่มีความสำคัญ จากนั้นให้วิเคราะห์ข้อมูลเหล่านั้น และศึกษาคู่มือตาม Guide ต่างๆ เพื่อลดความเสี่ยงของวัตถุอันตรายนั้น ข้อมูลเพิ่มเติมที่ได้จากบริษัทขนส่ง หรือแหล่งอื่นที่เกี่ยวข้อง อาจเปลี่ยนแปลงรายละเอียดในหมวดต่างๆ ได้ ให้จำไว้ว่า คู่มือให้ข้อมูลที่สำคัญที่สุดและเกี่ยวกับสำหรับเหตุการณ์ในขั้นเลวร้ายที่สุด และดำเนินการเพื่อระงับเหตุฉุกเฉินในเบื้องต้น ดังนั้นหากมีข้อมูลของวัตถุอันตรายที่จำเพาะเจาะจงมากกว่า ก็ควรใช้ข้อมูลนั้นเพื่อการระงับเหตุ
  • ประเมินสถานการณ์: ให้พิจารณาข้อมูลดังต่อไปนี้
        - เกิดอัคคีภัย การหกหรือรั่วไหลหรือไม่
        - สภาพภูมิอากาศเป็นอย่างไร
        - สภาพภูมิประเทศเป็นอย่างไร
        - อันตรายที่เกิดขึ้นมีผลกระทบอย่างไร เช่น มนุษย์ ทรัพย์สิน หรือสิ่งแวดล้อม
        - อะไรที่ควรจะต้องดำเนินการ เช่น มีความจำเป็นในการอพยพผู้คนหรือไม่ ต้องมีการทำทำนบกั้นสารเคมีหรือไม่ ต้องใช้เครื่องมือหรือแรงงานเช่นไร ในการดำเนินการระงับภัย
        - อะไรคือ แนวทางปฏิบัติที่ต้องดำเนินการทันที
  • ขอความช่วยเหลือ: ปรึกษาสำนักงานใหญ่เพื่อแจ้งต่อหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง และโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ
  • การเข้าพื้นที่: ความพยายามในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย การปกป้องทรัพย์สิน หรือสิ่งแวดล้อมต้องทำด้วยความระมัดระวัง มิเช่นนั้นเจ้าหน้าที่เองอาจได้รับอันตรายและทำให้เหตุการณ์รุนแรงขึ้น การเข้าพื้นที่เกิดเหตุต้องสวมชุดป้องกันอันตรายที่เหมาะสมเท่านั้น (ดูหัวข้อชุดป้องกัน)
  • การเข้าดำเนินการระงับภัย: เข้าดำเนินการระงับภัยด้วยวิธีการที่เหมาะสม โดยการกำหนดสายงานในการดำเนินการและใช้ระบบการสื่อสารที่ดี กำหนดมาตรการหรือแผนช่วยชีวิตผู้คนไว้ให้แน่ชัด เช่น การอพยพผู้คนในบริเวณที่เกิดอันตราย และจัดการกับพื้นที่ที่อาจเกิดผลกระทบจากอุบัติภัยนั้นประเมินสถานการณ์การเกิดอุบัติเหตุอย่างต่อเนื่อง สิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องระลึกอยู่เสมอคือความปลอดภัยของผู้คนที่อยู่ในบริเวณนั้น และตัวท่านเอง
  • ภาพรวม: ห้ามเดินผ่านหรือสัมผัสวัตถุที่หกรั่วไหล หลีกเลี่ยงการสูดดมฟูม (Fume) ควัน และไอระเหย ถึงแม้ว่าจะไม่มีวัตถุอันตรายในสถานการณ์นั้น อย่าคิดว่าก๊าซหรือไอระเหยนั้นไม่มีอันตราย เพราะก๊าซหรือไอระเหยที่ไม่มีกลิ่นอาจเป็นอันตรายได้

การติดต่อขอความช่วยเหลือ

เมื่อผู้ระงับเหตุฉุกเฉินไปถึงที่เกิดเหตุให้ตรวจหาชนิดและอันตรายของวัตถุที่ก่อให้เกิดอันตรายเพื่อปกป้องตนเอง และสาธารณชน กั้นเขตอันตราย และโทรขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญโดยเร็วที่สุด ปฏิบัติตามขั้นตอนของแผนฉุกเฉินในหน่วยงานของท่าน และ/หรือของท้องถิ่น โดยทั่วไปแล้วหน่วยงานที่ต้องโทรแจ้งขอข้อมูลทางวิชาการ ได้แก่

  1. องค์กร/หน่วยงาน: โทรแจ้งองค์กรของท่าน ซึ่งจะดำเนินการระงับเหตุตามข้อมูลที่ได้รับ โดยต้องแจ้งหน่วยดับเพลิงและตำรวจในท้องถิ่นด้วย
  2. เบอร์โทรศัพท์หน่วยงานระงับเหตุฉุกเฉิน: โทรแจ้งเบอร์โทรศัพท์ที่ปรากฏในเอกสารกำกับการขนส่ง ผู้รับโทรศัพท์ต้องมีความรู้เกี่ยวกับสารเคมีและการดำเนินการระงับเหตุ หรือต้องมีเบอร์โทรศัพท์ติดต่อกับผู้มีความรู้ท่านอื่น
  3. ความช่วยเหลือระดับชาติ: ติดต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านเหตุฉุกเฉินที่มีในปกหลังด้านในของหนังสือเล่มนี้ ผู้รับโทรศัพท์เมื่อทราบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ต้องให้คำแนะนำต่อผู้แจ้งเหตุทันทีในการรับมือเบื้องต้นต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นอกจากนั้น ยังต้องติดต่อบริษัทผู้ขนส่งหรือผู้ผลิตวัตถุอันตราย เพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติม และขอความช่วยเหลือในการระงับเหตุ หากจำเป็นให้ข้อมูลดังต่อไปนี้ให้มากที่สุด ต่อผู้บัญชาการและผู้เชี่ยวชาญ
  • ชื่อผู้แจ้งเหตุ เบอร์โทรศัพท์และโทรสารติดต่อกลับ
  • สถานที่เกิดเหตุ และลักษณะการเกิดเหตุ (หกรั่วไหล อัคคีภัย ฯลฯ)
  • ชื่อและ ID No. ของวัตถุอันตราย
  • ผู้ขนส่ง / ผู้รับของ / จุดที่ส่งของ
  • เลขทะเบียนรถ หรือรถไฟ
  • ขนาดและชนิดของภาชนะบรรจุ
  • ปริมาณของวัตถุอันตรายที่ขนส่ง / หกรั่วไหล
  • สภาพที่เกิดเหตุ (ภูมิอากาศ ภูมิประเทศ ใกล้กับโรงเรียน โรงพยาบาล แหล่งน้ำหรือไม่)
  • ผู้บาดเจ็บ และผู้ได้รับวัตถุอันตราย
  • หน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินท้องถิ่นที่ได้แจ้งเหตุไปแล้ว

การจำแนกวัตถุอันตราย

การจำแนกความอันตรายของวัตถุอันตรายแบ่งโดยการใช้ประเภท (Class) หรือ หมวด(Division) ที่ระบุชื่อหรือตัวเลขไว้ โดยตัวเลขของ Class ที่แสดงอันตรายหลักของวัตถุจะปรากฏที่มุมด้านล่างของแผ่นป้ายสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด อย่างไรก็ตาม บนแผ่นป้ายสารเคมีไม่อาจแสดง Class หรือ Division ของอันตรายอันดับรองลงมาของวัตถุ สำหรับวัตถุที่ไม่ใช่ Class 7 หรือ Oxygen จะไม่จำเป็นต้องแสดงข้อความอันตราย (เช่น กัดกร่อน) หมายเลข Class หรือ Division ต้องปรากฏบนเอกสารกำกับการขนส่งถัดจากชื่อของสินค้า

  Class 1 : วัตถุระเบิด
    Division 1.1 วัตถุระเบิดรุนแรง
    Division 1.2 วัตถุระเบิดและมีสะเก็ดกระจาย
    Division 1.3 วัตถุระเบิดพร้อมกับเพลิงไหม้รุนแรง
    Division 1.4 วัตถุระเบิดด้วยความรุนแรงไม่มากนัก
    Division 1.5 วัตถุที่ไม่ไวต่อการระเบิด แต่ถ้าระเบิดจะเกิดอันตรายรุนแรง
    Division 1.6 วัตถุไม่ว่องไว หรือเฉื่อยต่อการระเบิด
  Class 2 : ก๊าซ
    Division 2.1 ก๊าซไวไฟ
    Division 2.2 ก๊าซไม่ไวไฟ ไม่เป็นพิษ
    Division 2.3 ก๊าซพิษ
    Division 2.4 ก๊าซกัดกร่อน
  Class 3 : ของเหลวไวไฟ
  Class 4 : ของแข็งไวไฟ วัตถุที่ทำให้เกิดการลุกไหม้ได้เอง และวัตถุที่ถูกน้ำแล้วให้ก๊าซไวไฟ
    Division 4.1 ของแข็งไวไฟ
    Division 4.2 วัตถุที่ทำให้เกิดการลุกไหม้ได้เอง
    Division 4.3 วัตถุที่ถูกน้ำแล้วให้ก๊าซไวไฟ
  Class 5 : วัตถุออกซิไดซ์และออร์แกนนิคเปอร์ออกไซด์
    Division 5.1 วัตถุออกซิไดซ์
    Division 5.2 วัตถุออร์แกนนิคเปอร์ออกไซด์
  Class 6 : วัตถุมีพิษและวัตถุติดเชื้อ
    Division 6.1 วัตถุมีพิษ
    Division 6.2 วัตถุติดเชื้อ
  Class 7 : วัตถุกัมมันตรังสี
  Class 8 : วัตถุกัดกร่อน
  Class 9 : วัตถุอื่นๆที่เป็นอันตราย
       

คำแนะนำในการใช้ป้ายแสดงสัญลักษณ์

ใช้ป้ายแสดงสัญลักษณ์นี้เฉพาะในกรณีที่ท่านไม่สามารถจำแนกวัตถุในการขนส่งโดย ID No. หรือชื่อวัตถุอันตราย

ข้อมูลในหน้าถัดไปจะแสดงชนิดของป้ายสัญลักษณ์ ซึ่งใช้สำหรับพาหนะขนส่งวัตถุอันตรายโดยมีคำแนะนำดังนี้

  1. เข้าไปในบริเวณที่เกิดเหตุอย่างระมัดระวัง ในทิศทางเหนือลมตรงบริเวณที่ท่านสามารถจำแนก และ/หรืออ่านป้ายสัญลักษณ์ หรือข้อมูลบนแถบสีส้ม ควรเข้าพื้นที่จากที่สูง ถ้าหากเป็นไปได้ควรใช้กล้องส่องทางไกล
  2. เปรียบเทียบป้ายสัญลักษณ์บนรถกับตัวอย่างป้ายสัญลักษณ์ในหน้าถัดไป
  3. เปิดคู่มือตามหมวดที่แสดงในป้ายสัญลักษณ์ ใช้ข้อมูลนั้นไปก่อน ยกตัวอย่างเช่น ป้าย FLAMMABLE (Class 3) ให้ดู หมวด 127 ป้าย CORROSIVE (Class 8) ให้ดูหมวด 153 ถ้าป้ายสัญลักษณ์ให้ดูหลายหมวด ให้ดูในหมวดที่มีความอันตรายที่สุด (เช่นหมวดที่ให้ใส่ชุดป้องกันระดับสูงสุด)
  4. ให้จำไว้ว่าหมวดที่แสดงในแต่ละป้ายสัญลักษณ์จะให้ข้อมูลความเสี่ยง และ/หรืออันตรายที่สำคัญที่สุด
  5. เมื่อมีข้อมูลที่จำเพาะเจาะจง เช่น ID No. หรือชื่อที่ใช้ในการขนส่ง ควรมีการศึกษาข้อมูลของวัตถุนั้นเพิ่มเติม
  6. หากใช้คู่มือหมวด 111 เนื่องจากมีแผ่นป้ายแสดง “DANGER/DANGEROUS” หรือไม่ทราบธรรมชาติของสารที่หกรั่วไหล หรือติดไฟ ให้หาข้อมูลเพิ่มเติมที่เจาะจงกว่า
  7. เครื่องหมายดอกจัน (*) บนแผ่นป้ายสัญลักษณ์สีส้ม แสดงตัวอักษรแทนกลุ่มที่เข้ากันได้ (Compatibility Group) ของวัตถุอันตรายที่อาจก่อให้เกิดการระเบิดได้ (ให้ดูในอภิธานศัพท์)

ภาพแสดงแผ่นป้ายและคำแนะนำของหมวดต่างๆ สำหรับการตอบโต้เหตุฉุกเฉินเบื้องต้น

ใช้ภาพนี้เมื่อไม่สามารถระบุวัตถุอันตรายได้โดยเอกสารกำกับการขนส่ง หรือตัวเลขบนแผ่นป้ายสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด หรือ UN No. บนแผ่นป้ายสีส้ม


ภาพแสดงการจำแนกรถขนส่งทางรถไฟ

ข้อควรระวัง ผู้ดำเนินการเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจะต้องทราบถึงชนิดของรถไฟขนส่ง ว่ามีการสร้างอย่างไร ใช้เพื่อจุดประสงค์อย่างไร รถขนส่งนี้ใช้ในการขนส่ง ของแข็ง ของเหลว หรือก๊าซ สินค้าที่บรรทุกอาจอยู่ภายใต้ความดัน จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทราบว่าสินค้าที่บรรทุกนั้นเป็นอะไร โดยสามารถดูจากเอกสารกำกับการขนส่งหรือแบบการดำเนินการเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินหรือศูนย์ขนส่งก่อนที่จะเข้าไปดำเนินการ

รายละเอียดต่างๆ ที่ติดอยู่ด้านข้างหรือด้านท้ายของรถขนส่ง ดังแสดงข้างบน อาจใช้ประโยชน์ในการจำแนกสินค้าได้ เช่น

ก. ชื่อสินค้าที่ปรากฏอยู่ หรือ
ข. รายละเอียดอื่นๆ ที่ปรากฏโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้อความที่ปรากฏและหมายเลขรถ ซึ่งสามารถใช้สอบถามไปยังศูนย์ขนส่ง เพื่อขอทราบถึงชนิดของสินค้าได้

• ควรใช้วิธีการดูลักษณะรถไฟขนส่งเป็นวิธีสุดท้าย เมื่อไม่สามารถใช้วิธีอื่นได้


ภาพแสดงการจำแนกรถพ่วงขนส่งทางรถยนต์

ข้อควรระวัง ภาพข้างบนนี้แสดงให้เห็นถึงรูปร่างทั่วๆ ไปของรถขนส่งวัตถุอันตราย ผู้ดำเนินการเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจะต้องทราบถึงชนิดของรถพ่วงอื่นที่มิได้แสดงไว้ข้างบนซึ่งใช้ในการขนส่งวัตถุอันตรายอื่นๆ ข้อปฏิบัติต่างๆ ที่ให้ไว้สามารถใช้ได้กับสินค้าอันตรายเกือบทุกชนิด ที่มีการขนส่งโดยรถพ่วง


• ควรใช้วิธีการดูลักษณะรถพ่วงขนส่งทางรถยนต์เป็นวิธีสุดท้าย เมื่อไม่สามารถใช้วิธีอื่นได้